วิธีดู Date Code Louis Vuitton ของแท้: ถอดรหัสปีผลิต ตำแหน่งเช็ก และเทคโนโลยี Microchip
BAG

กระเป๋า Louis Vuitton ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์หรูที่เป็นเป้าหมายหลักของการทำของเลียนแบบมากที่สุดในโลก หนึ่งในเครื่องมือที่ผู้เชี่ยวชาญ นักสะสม และผู้ซื้อกระเป๋ามือสองใช้ตรวจสอบประวัติสินค้าคือ Date Code (รหัสระบุสถานที่และปีผลิต)
บทความนี้จะเจาะลึกโครงสร้างการอ่าน Date Code ทุกยุคสมัย ตำแหน่งซ่อนในรุ่นยอดฮิต ตารางรหัสโรงงานทั่วโลก รวมถึงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค Microchip (RFID) เพื่อให้คุณตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างแม่นยำ

Date Code คืออะไร? ทำความเข้าใจก่อนเช็กความแท้
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า Date Code คือ Serial Number (เลขประจำตัวกระเป๋าที่ไม่ซ้ำใคร) แต่ในความเป็นจริง Louis Vuitton ไม่เคยใช้ระบบ Serial Number เดี่ยวสำหรับกระเป๋าแต่ละใบ
- Date Code คืออะไร: รหัสผสมระหว่างตัวอักษรและตัวเลขที่บอก สถานที่ผลิต (Factory Country Code) และ ช่วงเวลาผลิต (Production Date)
- ทำไม Date Code ถึงซ้ำกันได้: หากกระเป๋า 2 ใบผลิตที่โรงงานเดียวกัน ในสัปดาห์หรือเดือนเดียวกัน กระเป๋าทั้งสองใบจะมี Date Code เหมือนกันทุกประการ
- ไม่มี Date Code แปลว่าปลอมหรือไม่: ไม่เสมอไป กระเป๋าที่ผลิตก่อนปี 1980 จะไม่มี Date Code ส่วนกระเป๋าที่ผลิตตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2021 เป็นต้นมา ได้เปลี่ยนไปใช้ระบบฝัง Microchip แทน
หากคุณต้องการศึกษาแนวทางการตรวจสอบความแท้-ปลอมของแบรนด์เนมรุ่นอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถอ่าน คัมภีร์เช็กกระเป๋าแบรนด์เนม แท้ ปลอม: เจาะลึกวิธีดูด้วยตัวเอง ได้บน Brandname Exchange Blog
1. วิธีถอดรหัส Date Code ตามยุคสมัย (ปี 1980 - 2021)
Louis Vuitton ได้ปรับปรุงโครงสร้างของ Date Code ทั้งหมด 4 ยุคหลักตามช่วงเวลาที่ผลิต ดังนี้
[วิวัฒนาการรูปแบบ Date Code ของ Louis Vuitton]
ยุค Early 1980s : 826 (ปี 1982 เดือน 6)
ยุค Mid-Late 1980s: 884 ET (ปี 1988 เดือน 4 / โรงงาน ET)
ยุค 1990 - 2006 : VI 0925 (โรงงาน VI / ปี 1995 เดือน 02)
ยุค 2007 - 2021 : AR 1108 (โรงงาน AR / ปี 2008 สัปดาห์ที่ 10)
ยุคที่ 1: ต้นปี 1980s (Early 1980s)
- รูปแบบ: ตัวเลข 3 ถึง 4 หลัก (ไม่มีตัวอักษร)
- วิธีอ่าน:
- ตัวเลข 2 หลักแรก = ปี ค.ศ.
- ตัวเลขหลักสุดท้าย = เดือนที่ผลิต
- ตัวอย่าง:
832หมายถึง ผลิตในปี 1983 เดือนกุมภาพันธ์ (เดือน 2)
ยุคที่ 2: กลางถึงปลายปี 1980s (Mid-Late 1980s)
- รูปแบบ: ตัวเลข 3-4 หลัก ตามด้วยตัวอักษร 2 ตัว (หรือตัวอักษรนำหน้าตัวเลข)
- วิธีอ่าน:
- ตัวเลขบอกปีและเดือน
- ตัวอักษรบอกรหัสโรงงาน/ประเทศที่ผลิต
- ตัวอย่าง:
884 ETหมายถึง ผลิตในเดือน 4 (เมษายน) ปี 1988 ณ โรงงานรหัส ET (ประเทศฝรั่งเศส)
ยุคที่ 3: ปี 1990 - 2006 (ระบบเดือน/ปี)
- รูปแบบ: ตัวอักษร 2 ตัว + ตัวเลข 4 หลัก (
LL WYWY) - วิธีอ่าน:
- ตัวอักษร (LL): รหัสโรงงานที่ผลิต
- ตัวเลขหลักที่ 1 และ 3 (W W): เดือนที่ผลิต (01 - 12)
- ตัวเลขหลักที่ 2 และ 4 (Y Y): ปี ค.ศ. ที่ผลิต
- ตัวอย่าง:
VI 0925VI= โรงงานในประเทศฝรั่งเศส0กับ2= เดือนที่ 02 (กุมภาพันธ์)9กับ5= ปี 1995
ยุคที่ 4: ปี 2007 - มีนาคม 2021 (ระบบสัปดาห์/ปี)
เนื่องจากการผลิตขยายตัว Louis Vuitton จึงเปลี่ยนจากการระบุ "เดือน" มาเป็น "สัปดาห์" เพื่อความแม่นยำในการติดตามการผลิต
- รูปแบบ: ตัวอักษร 2 ตัว + ตัวเลข 4 หลัก (
LL WWYY) - วิธีอ่าน:
- ตัวอักษร (LL): รหัสโรงงานที่ผลิต
- ตัวเลขหลักที่ 1 และ 3 (W W): สัปดาห์ที่ผลิตของปีนั้น (01 - 52)
- ตัวเลขหลักที่ 2 และ 4 (Y Y): ปี ค.ศ. ที่ผลิต
- ตัวอย่าง:
AR 1108AR= โรงงานในประเทศฝรั่งเศส1กับ0= สัปดาห์ที่ 10 ของปี (ช่วงต้นเดือนมีนาคม)1กับ8= ปี 2008
2. ตารางรวมรหัสอักษรระบุประเทศและโรงงานผลิต (Factory Location Codes)
แสตมป์ระบุประเทศด้านนอกกระเป๋า (เช่น "Made in France") จะต้องสอดคล้องกับตัวอักษร 2 หลักแรกใน Date Code เสมอ
| ประเทศที่ผลิต | รหัสโรงงาน (Factory Country Codes) |
|---|---|
| France (ฝรั่งเศส) | A0, A1, A2, AA, AAS, AH, AN, AR, AS, BA, BJ, CT, DU, FL, FR, MB, MI, NO, RA, RI, SA, SL, SN, SP, SR, TJ, TH, TR, TS, VI, VX |
| Spain (สเปน) | CA, CR, GI, LB, LM, LO, LW, MB, OB, UB |
| Italy (อิตาลี) | BC, BO, CE, FO, MA, NZ, OB, PL, RC, RE, TD, SA |
| USA (สหรัฐอเมริกา) | FC, FH, LA, OS, SD, FL |
| Germany (เยอรมนี) | LP, OL |
| Switzerland (สวิตเซอร์แลนด์) | FA, DI |
3. เจาะลึกตำแหน่งซ่อน Date Code ในกระเป๋ารุ่นยอดนิยม
Date Code ของ Louis Vuitton มักถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนเพื่อไม่ให้รบกวนความสวยงามของกระเป๋า นี่คือตำแหน่งของรุ่นยอดฮิต

ตัวอย่างลักษณะฟอนต์และการปั๊ม Date Code บนซับในและแท็บหนัง. แหล่งที่มา: Yoogi's Closet Blog
Louis Vuitton Speedy
- ตำแหน่ง: อยู่บนแท็บหนังทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก ซ่อนอยู่ใต้กระเป๋าซิปด้านใน (Inside Patch Pocket)
Louis Vuitton Neverfull
- ตำแหน่ง: อยู่ใต้ขอบกระเป๋าซิปด้านใน ยกแผ่นกระเป๋าซิปขึ้น จะพบแท็บหนังเย็บติดกับซับในปั๊มรหัส Date Code ไว้
Louis Vuitton Alma
- ตำแหน่ง: บริเวณช่องซับในด้านข้างกระเป๋า หรือปั๊มลงบนขอบหนังซับในตรงมุมด้านในใกล้กับช่องใส่ของ
Louis Vuitton Pochette Accessoires / Metis
- ตำแหน่ง: ปั๊มลงบนแท็บหนังเล็กๆ บริเวณขอบตะเข็บด้านในกระเป๋า ใกล้กับซิปหรือตะขอเกี่ยว
กระเป๋าสตางค์ (Wallets & Small Leather Goods)
- ตำแหน่ง: ปั๊มลงบนหนังซับในบริเวณขอบลึกของช่องใส่ธนบัตร หรือซ่อนอยู่หลังช่องใส่บัตรเคตดิตด้านในสุด
4. ยุคใหม่หลังปี 2021: การเปลี่ยนผ่านสู่ Microchip (RFID System)
ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2021 เป็นต้นมา Louis Vuitton ได้ยุติการปั๊ม Date Code บนสินค้าใหม่ทั้งหมด และเปลี่ยนมาใช้การฝัง Microchip (RFID) ไว้ภายในตัวกระเป๋า

โครงสร้างการทำงานของ Microchip
- ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า: ชิปมีขนาดเล็กมาก ฝังไว้ระหว่างชั้นหนังหรือผ้าซับในของกระเป๋า
- ข้อมูลที่ถูกบันทึก: ข้อมูลสถานที่ผลิต วันที่ขาย หมายเลขธุรกรรม และรายละเอียดโมเดลสินค้า จะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลความปลอดภัยของ Louis Vuitton
- การตรวจสอบใน Shop: พนักงาน Louis Vuitton จะใช้เครื่องสแกนเฉพาะของแบรนด์ (Employee-only Reader) ที่เชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลหลักเพื่อยืนยันความถูกต้อง
- การตรวจสอบด้วยตนเอง: สมาร์ทโฟนทั่วไปที่รองรับ NFC สามารถใช้แอปพลิเคชันอย่าง NFC Tools เพื่อสแกนหาตำแหน่งชิปได้ แต่มะไม่สามารถอ่านรหัสข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส (Encrypted Data) ไว้ข้างในได้
5. 4 จุดจับโป๊ะจุดตาย: สัญญาณ Date Code ปลอม
- จำนวนสัปดาห์ผิดจริง: กระเป๋าผลิตปี 2018 แต่รหัสระบุ
AR 5418(ผิดปกติ เพราะ 1 ปีมีเพียง 52 สัปดาห์) - รหัสประเทศไม่ตรงกับ Heat Stamp: ตัวกระเป๋าปั๊ม "Made in France" แต่รหัส 2 ตัวหน้าคือ
CAซึ่งเป็นรหัสโรงงานในสเปน - ฟอนต์ผิดสัดส่วน: ฟอนต์ Date Code ของแท้จะใช้แบบตัวอักษรเฉพาะ ตัว
Oจะมีความกลมแทบจะเป็นวงกลมสมบูรณ์ เส้นปั๊มมีความคมและลึกเท่ากันตลอดแถว - กระเป๋าปีใหม่แต่มี Date Code: กระเป๋าที่ผลิตหลังปี 2022 แต่ยังมีแสตมป์ Date Code ปั๊มอยู่ ถือเป็นจุดผิดปกติที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
สรุปภาพรวมเปรียบเทียบ: Date Code vs Microchip
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Date Code System (1980 - มี.ค. 2021) | Microchip System (มี.ค. 2021 - ปัจจุบัน) |
|---|---|---|
| รูปแบบการจัดเก็บ | ปั๊มลงบนแท็บหนัง หรือซับในผ้า/หนัง | ฝังไมโครชิป RFID ไว้ภายในโครงสร้างกระเป๋า |
| การมองเห็น | มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าตามจุดซ่อน | ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า |
| ข้อมูลที่ระบุ | โรงงานที่ผลิต, เดือน/สัปดาห์ และปีที่ผลิต | ข้อมูลสินค้า, วันที่ซื้อ, ประวัติการขาย และรหัสเฉพาะ |
| เครื่องมือสแกน | ตรวจสอบด้วยสายตาและการถอดรหัส | เครื่องสแกนเฉพาะของ LV (หรือแอป NFC สแกนเจอตำแหน่ง) |
ตรวจเช็กความแท้การันตี 100% กับ Brandname Exchange
แม้ว่าการถอดรหัส Date Code จะช่วยกรองความแท้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ในปัจจุบันสินค้าลอกเลียนแบบเกรดมิลเลอร์มีการปลอมแปลงตัวเลข Date Code ได้แนบเนียนยิ่งขึ้น
ที่ Brandname Exchange ร้านรับซื้อ ซื้อ-ขาย ฝากขาย และจำนำกระเป๋าแบรนด์เนมชั้นนำ ย่านเอกมัย-รามอินทรา เราใช้เทคโนโลยีตรวจสอบความแท้ล้ำสมัย Double Verification System ที่ผสานการตรวจเช็คโดยผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์กว่า 10 ปี ร่วมกับระบบสแกน AI ระดับไมโครสโคป เพื่อยืนยันความแท้ 100%
หากคุณต้องการส่งต่อกระเป๋าหรือประเมินราคา สามารถอ่านรายละเอียด คัมภีร์เลือกร้านรับซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม: ปลอดภัย ได้ราคาสูง จ่ายเงินสดทันที หรือทักประเมินราคาฟรีผ่าน 💬 LINE Official: @brandname_exchange ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
❓ FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Date Code Louis Vuitton
-
Q: กระเป๋า Louis Vuitton ไม่มี Date Code แปลว่าเป็นของปลอมใช่ไหม?
A: ไม่จำเป็นเสมอไปครับ กระเป๋าที่ผลิตก่อนปี 1980 จะยังไม่มีการปั๊ม Date Code และกระเป๋าที่ผลิตตั้งแต่ มีนาคม 2021 เป็นต้นมา ทางแบรนด์ได้เปลี่ยนไปฝัง Microchip (RFID) แทนการปั๊ม Date Code แล้ว
-
Q: กระเป๋า Louis Vuitton 2 ใบ มี Date Code เดียวกัน exactement ได้ไหม?
A: ได้ครับ เพราะ Date Code ไม่ใช่ Serial Number เฉพาะใบ แต่เป็นรหัสโรงงานและสัปดาห์/ปีที่ผลิต กระเป๋าที่ออกจากโรงงานเดียวกันในสัปดาห์เดียวกันจะมี Date Code ตรงกัน
-
Q: แอปพลิเคชันสแกน NFC บนมือถือทั่วไป สามารถเช็กกระเป๋า LV รุ่นชิป RFID ได้ 100% ไหม?
A: แอปพลิเคชัน NFC บนสมาร์ทโฟนสามารถช่วยตรวจหาตำแหน่งชิปได้ว่ามีฝังอยู่ในตัวกระเป๋าจริงหรือไม่ แต่ ไม่สามารถอ่านหรือยืนยันข้อมูลความแท้ได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากข้อมูลเชิงลึกถูกเข้ารหัสไว้และอ่านได้เฉพาะเครื่องสแกนของ Louis Vuitton หรือเครื่องตรวจระดับมืออาชีพเท่านั้น
-
Q: หาก Date Code เลือนรางมองไม่เห็น จะส่งผลต่อการขายต่อมือสองหรือไม่?
A: อาจมีผลต่อความง่ายในการซื้อขายทั่วไป แต่หากนำมาประเมินราคาที่ Brandname Exchange เรามีระบบ Double Verification ตรวจสอบโครงสร้างหนัง อะไหล่ และฟอนต์ Heat Stamp ลึกระดับไมโครสโคป ช่วยให้ประเมินความแท้และให้ราคาสูงสุดได้แม้ Date Code จะเลือนหายไป
