CHANEL ไอเทมยอดนิยมสำหรับนักลงทุน ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนหุ้นและเก็งกำไรทองคำ

การเก็งกำไรในปัจจุบันไม่ได้มีแค่การลงทุนกับหุ้นแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แน่นอนว่าหุ้นและทองคำก็ยังเป็นที่นิยมสำหรับบุคคลทั่วไป ซึ่งการลงทุนในหุ้นและการเก็งกำไรทองเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆในปัจจุบัน เพียงแต่ว่าในปัจจุบันนั้นสิ่งที่ตีคู่เคียบเคียงสำหรับการเก็งกำไรนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ทองหรือหุ้นเท่านั้นแล้ว กระเป๋าแบรนด์เนมก็เป็นอีกหนึ่งคำตอบสำหรับใครที่ต้องการจะลงทุนเพื่อเก็งกำไร เพราะกระเป๋าแบรนด์เนมยิ่งนานไปราคายิ่งสูงขึ้นไปตามกาลเวลาจากความนิยมชมชอบ และความต้องการของตลาด โดยเฉพาะแบรนด์เนมที่มีมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมมาตลอดกาลอย่าง Chanel โดยต้นกำเนิดของกระเป๋าแบรนด์เนมนี้ได้ถูกคิดค้นโดยหญิงสาวที่ชื่อว่า Gabrielle Bonheur หรือ Coco เธอได้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างมากมายและแน่นอนว่าการคิดค้น การออกแบบมาจากเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของเธอในหลายๆด้าน และนำมาทำเป็นเรื่องราวของกระเป๋าหรือเครื่องประดับ Chanel ต่างๆมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า 2.55 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสมัยที่อยู่ในสถานกำพร้า ราวกับว่าทุกผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นมานั้นมีความสำคัญกับชีวิตทั้งสิ้น และนอกจากเป็นผู้ออกแบบกระเป๋าแล้วนั้น Coco เธอได้เป็นผู้นำแฟชั่นในทั้งหมวกที่มีขนขนาดใหญ่อยู่บนหมวก รวมถึงเสื้อเชิ้ต และน้ำหอม โดยน้ำหอมที่มีชื่อเสียงโด่งดังคือ Chanel No.5 Eau de Parfum และที่กล่าวไปนั้นยังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของความสำเร็จของผู้คิดค้นแบรนด์ Chanel จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแบรนด์เนมนี้ถึงได้เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนานและยังได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน

นอกจากนั้นในปัจจุบันกระแสมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะจากการสำรวจภายในเว็บไซต์ Chanelprices นั้นอัตราการพุ่งขึ้นของราคานั้นได้กระโดดขึ้นมาอย่างรวดเร็วและไม่มีทีท่าว่าจะลดลง และรุ่นที่ทำให้ราคาสูงขึ้นนั้นคือรุ่น Classic Flap ทั้งขนาด Medium และ Jumbo ที่มีอัตราราคาสูงขึ้นจนในปี 2021 ได้ขึ้นราคาไปถึง 500% ในขณะที่ทองคำนั้นยังอยู่ในบริเวณของ 400% และดัชนีตลาดหุ้นของสหรัฐฯ หรือ S&P500 มีผลตอบแทนย้อนหลังโดยประมาณเพียง 250%

ซึ่งจากที่ได้กล่าวไปนั้นจะเห็นได้ว่าการลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนมจะได้ผลตอบแทนย้อนหลังที่มากกว่าและจาก Chanel Classic Flap ขนาด Medium ที่ราคาเริ่มต้นในปี 1995 เพียง $220 เท่านั้น และค่อยๆไต่ระดับของราคามาเรื่อยๆ 1990 มีราคา $1,150 ต่อมาในปี 2010 มีราคาอยู่ที่ $2,850 และในปี 2013 กระเป๋าChanel Classic Flap Medium Size ได้ไต่ราคามาถึง $4,400 แต่ในปัจจุบันราคาได้กระโดดมาถึง $7800 ซึ่งมากกว่าราคาที่วางขายหลายเท่าตัวและราคาในแต่ละหลายๆปีได้เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ โดยยังมีคนซื้อขายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกระเป๋าแบรนด์ที่เป็นรุ่น Signature ไม่เพียงแต่รุ่น Classic Flap ทั้งขนาด Medium และ Jumbo ที่ราคาปัจจุบันสูงถึง $8500 ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงมาก ในรุ่นต่างๆ อาทิ 2.55 Reissue ที่มีทั้ง 227, 226, 225 และ 224 ก็มีราคาที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน

Chanel Boy

ซึ่งสำหรับ รุ่น 227 ในปัจจุบันจะมีราคาอยู่ที่ $8500 เท่ากับ Classic Jumbo และในรุ่นยอดนิยมที่ตามมาติดๆอย่าง Chanel Boy ก็มีราคาที่สูงไม่แพ้กับ2รุ่นก่อนหน้า โดยขนาด Medium ของ Chanel Boy จะมีราคาในปี2021 อยู่ที่ $5900 และไม่ใช่กำไรเพิ่มเพียงแค่ในสหรัฐฯ แต่ภายในประเทศไทยเองราคาก็ไต่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะไม่ใช่แค่คนต่างประเทศที่เก็งกำไรจากกระเป๋าแบรนด์เนมเท่านั้น แม้แต่ภายในไทยเองก็มีการลงทุนด้านนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะกระเป๋าแบรนด์เนมของ Chanel นั้นเปรียบเหมือนตำนานของกระเป๋าแบรนด์ นอกจากนั้นรูปทรงหรือดีไซน์ยังทันสมัยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ยังมีผู้คนที่ต้องการอยู่เสมอ ซึ่งจากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นจะสังเกตได้ว่ากระเป๋าแบรนด์เนมนั้นเหมาะแก่การลงทุนอย่างไร ถึงแม้จะผ่านเรื่องราวและกาลเวลามาอย่างยาวนาน ก็ไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดมูลค่าราคาที่เพิ่มสูงขึ้นของแบรนด์ Chanel รวมถึง Chanel มือสอง อีกด้วย ถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ในขณะนี้เช่นกัน 

อ้างอิงจาก : คุณหมวย ธนวัน ปันทะโชติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *